ASEAN Food Safety Forum #14

ASEAN Food Safety Forum #14 ชูประเด็น “ไมโครพลาสติกในอาหาร” ไทย–อินโดนีเซีย–เวียดนาม ผนึกองค์ความรู้ รับมือความท้าทายใหม่ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน

กรุงเทพฯ 2 กันยายน 2569 — ศูนย์นวัตกรรมวิทยาการอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ Kasetsart University Food Innovation Research and Services (KU-FIRST) จัดงาน ASEAN Food Safety Forum ครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ “Microplastics in Food: Emerging Risks and Food Safety Challenges” รวมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ร่วมถ่ายทอดข้อมูลทางวิชาการและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปนเปื้อนไมโครพลาสติกในระบบอาหาร พร้อมหารือทิศทางด้านวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ทดสอบ และนโยบายที่จำเป็นต่อการยกระดับความปลอดภัยอาหารของภูมิภาคอาเซียน

งานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 13.00–15.30 น. ณ LAB Square, Hall 103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ภายในงาน Thailand LAB INTERNATIONAL 2026

ปัจจุบัน ปัญหาการปนเปื้อนไมโครพลาสติกไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป หลักฐานจากหลายประเทศในอาเซียนสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างมลพิษจากพลาสติก แหล่งน้ำ ระบบนิเวศทางน้ำ กระบวนการผลิตอาหาร และท้ายที่สุดคือโอกาสที่มนุษย์จะได้รับไมโครพลาสติกผ่านการบริโภคอาหาร

เวที ASEAN Food Safety Forum ครั้งนี้จึงเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยอาหาร การวิเคราะห์ทดสอบ และการประเมินความเสี่ยงผ่านข้อมูลและงานวิจัยจาก 3 ประเทศสำคัญในอาเซียน

งานเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงที่มาและความสำคัญของ ASEAN Food Safety Forum โดย รศ.ดร.วราภา มหากาญจนกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KURDI) ตามด้วยคำกล่าวต้อนรับจากรศ.ดร.อนุวัตร แจ้งชัด ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมวิทยาการอาหาร (KU-FIRST) และผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.กนิฐพร วังใน อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

✏️ประเทศไทย: จากการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมสู่การรับสัมผัสผ่านอาหาร

ตัวแทนจากประเทศไทยรศ.ดร.ชัยณรงค์ สกุลแถว รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำเสนอหัวข้อ “Microplastics in Food: Emerging Risks and Food Challenges in Thailand”

การนำเสนอรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยของประเทศไทยที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 16 งาน ซึ่งเผยแพร่ระหว่างปี 2019–2026 ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งกำเนิดในสิ่งแวดล้อม ตลาดอาหารทะเล ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารในชีวิตประจำวัน โดยพบว่าแหล่งทิ้งขยะที่ไม่มีการควบคุม ตะกอนในป่าชายเลน และระบบแม่น้ำ เป็นเส้นทางสำคัญที่นำไมโครพลาสติกจากแหล่งบนบกเข้าสู่ทะเลสาบชายฝั่งและบริเวณปากแม่น้ำ

ประเด็นสำคัญอยู่ที่อาหารทะเล โดยการศึกษาในจังหวัดชลบุรี สงขลา ระยอง และตรัง พบว่าสัตว์ทะเลกลุ่มหอยสองฝา เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ และหอยแครง มีภาระการปนเปื้อนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังตรวจพบไมโครพลาสติกในอาหารประเภทอื่น เช่น น้ำนมดิบ กะปิ และอาหารปรุงสุกจากบุฟเฟต์ สะท้อนว่าการรับสัมผัสไมโครพลาสติกผ่านอาหารไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผลิตภัณฑ์จากทะเลเท่านั้น

ผลการทบทวนยังประเมินว่าการบริโภคสัตว์น้ำมีเปลือกอาจทำให้มนุษย์ได้รับไมโครพลาสติกมากกว่า 2,600 อนุภาคต่อคนต่อปี พร้อมชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบระดับประเทศที่มีมาตรฐาน การจัดการขยะพลาสติกจากแหล่งบนบกอย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้บริโภค

✏️ อินโดนีเซีย: ก้าว “Beyond the Plate” สู่การกำหนดวาระความปลอดภัยอาหารของอาเซียน

ตัวแทนจากอินโดนีเซีย Asst. Prof. Dr. Prieskarinda Lestari จาก Department of Agricultural and Biosystems Engineering, Faculty of Agricultural Technology, Universitas Gadjah Mada (UGM) นำเสนอหัวข้อ “Beyond the Plate: Microplastics in Indonesia’s Food System and ASEAN Food Safety Priorities”

ข้อมูลจากอินโดนีเซียสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไมโครพลาสติกครอบคลุมทั้งระบบนิเวศทางน้ำและระบบอาหาร การศึกษาในแม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเขตเมืองบนเกาะชวาได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณไมโครพลาสติก ตัวแปรคุณภาพน้ำ และดัชนีมลพิษ ขณะเดียวกันยังตรวจพบไมโครพลาสติกบริเวณเหงือกและระบบทางเดินอาหารของปลาที่มีความสำคัญทางการค้า 9 ชนิด

การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบพบงานวิจัยถึง 140 งานที่รายงานการพบไมโครพลาสติกในผลิตภัณฑ์อาหารของอินโดนีเซียระหว่างปี 2015–2025 โดยมากกว่า 70% มุ่งศึกษาในปลาทะเลและปลาน้ำจืด อาหารทะเล สาหร่าย และเกลือ ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งการเพิ่มขึ้นของฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และช่องว่างองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารประเภทอื่น

ประเด็นสำคัญสำหรับอาเซียนคือ การวิจัยจำเป็นต้องก้าวข้ามจากการศึกษาว่า “พบหรือไม่พบ” ไมโครพลาสติก ไปสู่การประเมินเส้นทางจากแหล่งกำเนิดสู่อาหาร (source-to-food pathway assessment) การพัฒนาวิธีวิเคราะห์ที่สอดคล้องกัน การประเมินการรับสัมผัสและความเสี่ยง ระบบติดตามตรวจสอบที่เชื่อถือได้ ตลอดจนกลยุทธ์ลดมลพิษตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้างข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถเปรียบเทียบและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านความปลอดภัยอาหารได้จริง

✏️เวียดนาม: ทำความเข้าใจการกระจายตัวของไมโครพลาสติกจากแม่น้ำสู่อาหารและเครื่องดื่ม

มุมมองจากประเทศเวียดนามนำเสนอโดย Dr. Nguyen Tien Cuong จาก Department of Food Engineering, School of Chemistry and Life Sciences, Hanoi University of Science and Technology ในหัวข้อ “Microplastics and Food Safety in Vietnam”

การนำเสนอสะท้อนให้เห็นถึงขนาดและความซับซ้อนของปัญหาไมโครพลาสติกในเวียดนาม โดยพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศมีรายงานความเข้มข้นของไมโครพลาสติกในแม่น้ำและน่านน้ำชายฝั่งตั้งแต่ 0.35–519,000 อนุภาคต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำอัดลมมีรายงานการพบในระดับที่ต่ำกว่า อยู่ที่ประมาณ 3–5 อนุภาคต่อลิตร

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ลักษณะของไมโครพลาสติกเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม โดยในระบบแม่น้ำพบไมโครพลาสติกในรูปเส้นใยมากกว่า 70% ก่อนที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นชิ้นส่วน (fragments) เมื่อเข้าสู่น่านน้ำนอกชายฝั่ง ซึ่งพบในสัดส่วนเกือบ 50% อันเป็นผลจากการเสื่อมสภาพด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตและแรงกระทำของคลื่น

แม้ PET จะเป็นพอลิเมอร์ที่พบมากที่สุด แต่ในสิ่งแวดล้อมทางทะเลยังมีแนวโน้มพบพอลิเมอร์ที่อาจมีความเป็นอันตรายมากขึ้น เช่น PVC และ polyurethane (PUR) ซึ่งส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางทะเล

✏️ผสานองค์ความรู้ สู่กรอบความปลอดภัยอาหารอาเซียนที่เข้มแข็งขึ้น

ภาพรวมจากทั้งสามประเทศสะท้อนตรงกันว่า ไมโครพลาสติกไม่สามารถถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาขยะทะเลหรือประเด็นการตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น** การตรวจพบไมโครพลาสติกในน้ำ อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์อาหารประเภทต่าง ๆ กำลังนำไปสู่คำถามสำคัญเกี่ยวกับการผลิตอาหาร การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ การประเมินการรับสัมผัส QA/QC วิทยาศาสตร์ด้านกฎระเบียบ และการบริหารจัดการความเสี่ยง

ASEAN Food Safety Forum #14 จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ บุคลากรห้องปฏิบัติการ ผู้ผลิตอาหาร บุคลากรด้าน QA/QC หน่วยงานกำกับดูแล และนักวิจัย ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการล่าสุดจากภูมิภาค พร้อมร่วมกันมองหาแนวทางสำหรับการตรวจติดตาม การวิจัย และความร่วมมือในอนาคต

การเชื่อมโยงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ยังสะท้อนทิศทางสำคัญของอาเซียนในการก้าวจาก “การตรวจพบ” สู่ “ความเข้าใจ” จาก “การศึกษาการปนเปื้อน” สู่ “การประเมินความเสี่ยง” และจาก “ข้อมูลที่กระจัดกระจาย” สู่ “ข้อมูลที่สอดคล้องและสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านความปลอดภัยอาหารได้จริง”

งานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหาร นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับไมโครพลาสติกในฐานะความท้าทายใหม่ด้านความปลอดภัยอาหาร พร้อมเตรียมความพร้อมต่อประเด็นที่อาจส่งผลต่อระบบอาหารของอาเซียนและทั่วโลกในอนาคต

ASEAN Food Safety Forum ครั้งที่ 14 ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ พร้อมสร้างเครือข่าย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และภาคอุตสาหกรรมจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนความปลอดภัยอาหาร และสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยและมีความพร้อมรับมือต่อความท้าทายในอนาคต

ในฐานะสื่อด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม INNOLAB Magazine พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนด้านความปลอดภัยอาหารผ่านการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการ และภาคอุตสาหกรรม ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ และร่วมสร้างอนาคตของอาหารที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

รับชมย้อนหลังได้ที่ลิงค์: https://www.youtube.com/live/l1ZeFD4IWNE?si=mQ6TsKmsZB9DIO7a

#ASEANFoodSafetyForum14 #Microplastics #FoodSafety #FoodSafetyChallenges #FoodIndustry #QAQC #Laboratory #FoodTesting #FoodScience #FoodInnovation #KUFIRST #ThailandLAB #INNOLABMagazine #FoodSafetyASEAN #MicroplasticsInFood #INNOLAB